เครื่องวัดสี HunterLab Agera L2 Spectrophotometer
เครื่องวัดสี HunterLab Agera L2 เป็น เครื่องวัดสี แบบ Spectrophotometer และ Colorimeter ระดับอ้างอิงที่ผสานฟังก์ชันการวัดสีและการวัดความเงา (Gloss 60°) ไว้ในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องวัดสีคุณภาพสูง เครื่องวัดสี Gloss และ เครื่องวัดความเงาสี สำหรับควบคุมคุณภาพสีในอุตสาหกรรมพลาสติก บรรจุภัณฑ์ สิ่งทอ ผ้า และเสื้อผ้า รวมถึงงานที่ต้องใช้ เครื่องวัดสีเสื้อผ้า เพื่อให้ค่าที่ได้แม่นยำ ทำซ้ำได้ และสอดคล้องกับการมองเห็นของมนุษย์ภายใต้แสง D65 ตามมาตรฐาน CIE
เหมาะสำหรับการควบคุมคุณภาพสีในอุตสาหกรรมพลาสติก เม็ดพลาสติกรีไซเคิล บรรจุภัณฑ์ ฉลาก สิ่งทอ ผ้า และเสื้อผ้า สีและสารเคลือบ ยา ปิโตรเคมี กระดาษ และวัสดุที่มีค่าการสะท้อนแสงต่ำ (≤ 20%) ออกแบบมาให้ค่าที่ได้สอดคล้องกับการมองเห็นของมนุษย์ภายใต้แสง D65 ช่วยให้การตัดสินใจเรื่องสีระหว่างห้องแล็บ โรงงาน และลูกค้ามีความตรงกันมากที่สุด
ทำไมโรงงานและห้องแล็บต้องใช้เครื่องวัดสี Spectrophotometer แทนการดูสีด้วยตา
-
การวัดสีด้วยสายตาเปล่ามีข้อจำกัดสูง เพราะการรับรู้สีของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแสงสภาพแวดล้อม ความเมื่อยล้าของดวงตา และประสบการณ์ส่วนบุคคล เครื่องวัดสี Spectrophotometer และ Colorimeter อย่าง HunterLab Agera L2 จึงเป็นมาตรฐานสำหรับงานควบคุมคุณภาพสีในระดับอุตสาหกรรม เนื่องจาก:
-
ลดความผิดพลาด จากการเทียบสีด้วยสายตาระหว่างตัวอย่าง ห้องแล็บ โรงงาน และลูกค้า
-
วัดค่าสีแม่นยำ ในระบบ CIE L*a*b*, L*C*h, ΔE, ΔE2000, Whiteness Index, Yellowness Index (YI) และมาตรฐานสากลอื่น ๆ เพื่อควบคุมคุณภาพให้สอดคล้องกับสเปกลูกค้า
-
เพิ่มความเร็ว ในการอนุมัติตัวอย่างสีใหม่ คัดเกรดเม็ดพลาสติกรีไซเคิล และปล่อยล็อตผลิต ลดของเสียและประหยัดต้นทุนการผลิต
-
จุดเด่นของเครื่องวัดสี HunterLab Agera L2 Spectrophotometer / Colorimeter
- เป็น เครื่องวัดสีอ้างอิง (reference-grade) แบบ 0°/45° circumferential เหมาะกับงานคุณภาพสูงที่ต้องควบคุมค่าความต่างสี (ΔE) ในช่วงแคบมาก
- มีแหล่งกำเนิดแสง D65 เกรด A ตามมาตรฐาน CIE ทำให้ค่าที่ได้สอดคล้องกับการมองเห็นของผู้ใช้และลูกค้าในสภาพ Daylight อย่างแท้จริง
- พื้นที่วัด XL ขนาดใหญ่ กว่า Colorimeter และ Spectrophotometer ทั่วไปหลายเท่า ช่วยเพิ่มความทำซ้ำ (Repeatability) บนพื้นผิวที่มีลาย สิ่งทอ ผ้า เสื้อผ้า ฟิล์ม และเม็ดพลาสติก
- วัดสีและความเงา (Gloss 60°) พร้อมกันในครั้งเดียว ทำให้เป็นทั้ง เครื่องวัดสี Gloss และ เครื่องวัดความเงาสี ในตัวเดียว
- รองรับระบบ UV Included / UV Excluded เหมาะสำหรับวัสดุที่มีสารเพิ่มความขาว (OBA) และสารฟลูออเรสเซนต์ ใช้เป็น เครื่องวัดสี UV และ เครื่องวัดสีควบคุมแสง UV ได้อย่างสมบูรณ์
- รองรับการบันทึกข้อมูล การจัดการผู้ใช้แบบ role-based และการตรวจสอบย้อนกลับ (Audit Trail) เหมาะกับระบบคุณภาพและงานตามข้อกำหนด 21 CFR Part 11
คุณสมบัติเครื่องวัดสี

เครื่องวัดสี Spectrophotometer แบบ 0°/45° และ Gloss 60°
- หลักการวัด: Dual-beam Reflectance Spectrophotometer รวมโมดูล Glossmeter ในตัวเครื่อง วัดสีและความเงาพร้อมกันในครั้งเดียว
- หลักการวัดสี (Geometry): 0°/45°c ตาม ASTM E1164, CIE 15:2018, DIN 5033, JIS Z 8722 Condition C
- มุมวัดความเงา: 60° ตามมาตรฐาน ASTM D523, ASTM D2457, ISO 2813, ISO 7668, JIS Z 8741
- ช่วงความยาวคลื่นแสง: 360–700 nm
- ช่วงความยาวคลื่นที่วัดได้: 400–700 nm
- ความละเอียดของการอ่านค่าสีสเปกตรัม: < 3 nm
- Specular Component: Excluded เหมาะกับการควบคุมสีแบบไม่รวมเงา
- แหล่งกำเนิดแสง: Full spectrum balanced LED อายุการใช้งานโดยทั่วไป ~5 ปี พร้อมระบบ UV Included / UV Excluded และการปรับเทียบตามมาตรฐานฟลูออเรสเซนต์ของผู้ใช้
- พื้นที่วัดสี: XLAV 50.8 มม., LAV 25.4 มม., MAV 15.9 มม. รองรับตัวอย่างหลากหลายรูปแบบ
- ความแม่นยำ Inter-Instrument Agreement: ΔE2000 < 0.10 และ Repeatability ΔE* < 0.03
- Storage: 32 GB รองรับข้อมูลมากกว่า 4 ล้าน records พร้อมภาพถ่ายตัวอย่าง
เปรียบเทียบระหว่างเครื่องวัดสี Agera & Agera L2
| ผลิตภัณฑ์เครื่องวัดสี | หยุดผลิต (ended Oct 31, 2025), มีการสนับสนุนซอฟต์แวร์และอะไหล่ต่อเนื่อง | รุ่นปัจจุบัน (reference‑grade, upgraded model) |
| หลักการอ่านค่าสี | 0°/45° circumferential สำหรับวัดสีแบบสะท้อน | 0°/45° reference‑grade, พื้นที่วัดใหญ่สุดในอุตสาหกรรม (ประมาณ 4–16 เท่าของมาตรฐาน) |
| แหล่งกำเนิดแสง | Full spectrum, balanced LED array | Full spectrum, balanced LED array |
| UV‑controllable LED, ช่วง 360–700 nm เหมาะกับตัวอย่าง OBA | Certified Grade ‘A’ CIE D65, ออกแบบเพื่อความแม่นยำสูงโดยเฉพาะสำหรับตัวอย่างมืด (<20% reflectance) และตัวอย่างเรืองแสง | |
| Gloss Measurement | วัดความเงาที่มุม 60° ได้ในเครื่องเดียว | วัดสีและความเงา 60° ในการวัดครั้งเดียว (simultaneous color & gloss) |
| กล้องและการมองตัวอย่าง | กล้องความละเอียดสูง (ประมาณ 5 MP) บันทึกภาพคู่กับค่าการวัด | Sample view camera + screen recording สำหรับยืนยันตำแหน่งตัวอย่างและใช้สอน/ทบทวนการวัด |
| พื้นที่วัด | Fixed‑point contact area ขนาดใหญ่ รองรับตัวอย่างแผ่น เท็กซ์เจอร์ และลาย | พื้นที่วัดใหญ่สุดในอุตสาหกรรม ช่วยเฉลี่ยสีของพื้นผิวหยาบ/ลายได้ดีกว่า |
| Storage และการประมวลผล | หน่วยความจำ 8 GB (เก็บข้อมูลพร้อมภาพได้มากกว่า 1 ล้านรายการแบบ Text) | หน่วยความจำ 32 GB เก็บข้อมูลได้มากกว่า 4 ล้าน รายการแบบ Text, ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ Essentials L2 |
| หน้าจอแสดงผล | หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 17.8 cm (7″) ความละเอียด 1280 x 800 px | หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 17.8 cm (7″) ความละเอียด 1280 x 800 px |
| ขนาดและน้ำหนัก | 28 x 22 x 31 cm, น้ำหนักประมาณ 6.35 kg | 28 x 21.6 x 31 cm, น้ำหนักประมาณ 7.7 kg |
| การใช้งานหลัก | การวัดสี, ความเงา, และตัวอย่างที่มีสารเพิ่มความสว่าง ในงาน QC/วิจัยทั่วไป | งานที่ต้องการความแม่นยำอ้างอิงสูง เช่น พลาสติก, รีไซเคิล, ตัวอย่างมืด, วัสดุสะท้อนแสงย้อนกลับ, สิ่งทอ ฯลฯ |
| ฟีเจอร์ด้าน Compliance/ความทนทาน | รองรับการเชื่อมต่อ EasyMatch QC, Ethernet/USB, เหมาะกับงาน QC lab มาตรฐาน | 21 CFR Part 11 compliance, role‑based user, audit trail, optical engine ซีลกันฝุ่น/ผง/ละออง, เหมาะกับสายการผลิต |
หลักการทำงานของเครื่องวัดสี HunterLab Agera L2 และระบบ Visual Truth Technology
เครื่องวัดสี HunterLab Agera L2 ทำงานโดยฉายแสงจาก Full Spectrum Balanced LED ผ่านชุดออปติก 0°/45° circumferential ไปยังพื้นผิวตัวอย่าง แล้วรับแสงสะท้อนกลับด้วยเซนเซอร์ 256-element diode array ความละเอียดสูง พร้อม concave holographic grating เพื่อแยกสเปกตรัมอย่างแม่นยำ
ข้อมูลสเปกตรัมที่ได้จะถูกแปลงเป็นค่าพิกัดสีในระบบ CIE L*a*b*, Hunter Lab, CIE L*C*h, CIE Yxy, CIE XYZ และดัชนีต่าง ๆ เช่น Whiteness Index, Yellowness Index (YI), Blackness, Greyness พร้อมทั้งค่าความเงา (Gloss 60°) ในการวัดครั้งเดียว ทำให้ Agera L2 เป็นทั้ง Spectrophotometer, Colorimeter และ เครื่องวัดความเงาสี ในตัวเดียว ช่วยให้สามารถประเมินได้ทั้งโทนสีและระดับความเงาโดยไม่ต้องใช้เครื่องแยกต่างหาก
ชุดแหล่งกำเนิดแสง D65 และระบบควบคุม UV ของเครื่องวัดสี HunterLab
ชุดแหล่งกำเนิดแสงของ เครื่องวัดสี Agera L2 ใช้ Full Spectrum Balanced LED Array พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิและเสถียรภาพของแสง เพื่อให้ค่าที่อ่านได้คงที่ตลอดอายุการใช้งาน (~5 ปี) ระบบแสง D65 เกรด A ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน CIE ช่วยให้ผลวัดสอดคล้องกับการมองเห็นของมนุษย์ในสภาพแสงกลางวัน (Daylight) อย่างแท้จริง
เครื่องวัดสี UV และ เครื่องวัดสีควบคุมแสง UV ของ Agera L2 รองรับการวัด 2 โหมด:
- UV Included — รวมแสง UV ในการวัด เหมาะสำหรับประเมินผลของสารเพิ่มความขาว (Optical Brightening Agent – OBA) และสารฟลูออเรสเซนต์ในวัสดุ เช่น ผ้า กระดาษ และพลาสติก
- UV Excluded — ตัดแสง UV ออกจากการวัด เหมาะสำหรับวัดสีที่แท้จริงของวัสดุโดยไม่รวมผลของ UV
ทั้งสองโหมดรองรับการเปรียบเทียบข้อมูลอัตโนมัติ และสามารถ Calibrate กับมาตรฐาน Fluorescent ของผู้ใช้ได้ ทำให้ Agera L2 เป็น เครื่องวัดสี UV ที่ครบวงจรสำหรับทุกอุตสาหกรรม
ประโยชน์จากการใช้งานเครื่องวัดสี Spectrophotometer ในการควบคุมคุณภาพสี
- ควบคุมคุณภาพสีได้แม่นยำ ให้ตรงตามสเปกสินค้าและสูตรสี ด้วยค่า ΔE, Whiteness Index, Yellowness Index และ Gloss 60° ลดการ reject และของเสียในสายการผลิต ประหยัดต้นทุนระยะยาว
- เร่งกระบวนการพัฒนาสีใหม่ และการจับคู่สี (Color Matching) ระหว่างผู้ผลิตเม็ดพลาสติก ผู้ผลิตสี ผู้ผลิตสิ่งทอ ผ้า เสื้อผ้า และผู้ใช้ปลายทาง ลดรอบเวลาการอนุมัติตัวอย่าง
- จัดทำรายงานคุณภาพสีและความเงา ตามมาตรฐาน CIE, ASTM, ISO รองรับการ audit จากลูกค้าและหน่วยงานรับรอง รวมถึงงานที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด 21 CFR Part 11
- รองรับการทำงานหลายไซต์ ด้วยค่า Inter-Instrument Agreement ΔE2000 < 0.10 ทำให้ข้อมูลสีระหว่างห้องแล็บ โรงงาน และสาขาต่าง ๆ มีความสอดคล้องกันสูง
บริษัท คัลเลอ โกลบอล จำกัด (Color Global Co., Ltd.) เป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่าย เครื่องวัดสี HunterLab Spectrophotometer และ Colorimeter แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมให้บริการครบวงจร ได้แก่ การติดตั้ง อบรมการใช้งาน สนับสนุนทางเทคนิค สอบเทียบมาตรฐาน (Calibration) และจำหน่ายอะไหล่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจาก เครื่องวัดสี Agera L2 ในทุกอุตสาหกรรม
Item |
Specification (Agera L2) |
|---|---|
MEASUREMENT |
|
| Measurement Principle | Dual-beam Reflectance Spectrophotometer / Glossmeter |
| Geometry Color | 0°/45°c (circumferential) ASTM E1164 |
| Gloss Geometry | 60º |
| Measurement Method | Port up or Port forward |
| Read Time | < 3 sec. |
| Image Capture | High-resolution, D65 illuminated, 45°/0° image viewing, image capture and image recall |
| Port Plate Opening | Color: XL - 53.97 mm (2.125 in), L - 28.57 mm (1.125 in), M - 17.47 mm (0.688 in) |
| Area Measured |
Color: XLAV - 50.80 mm (2 in), LAV - 25.40 mm (1 in), MAV - 15.89 mm (0.625 in) Gloss: 8 mm (5/16 in) |
| Illumination Range | 360 nm - 700 nm |
| Detection Range | 400 nm - 700 nm |
| Specular Component | Excluded |
| Spectral Resolution | < 3 nm |
| Effective Bandwidth | 10 nm equivalent triangular |
| Reporting Interval | 10 nm |
| Photometric Range |
D65 Source Mode: 0 to 200 % Agera Classic Mode: 0 to 150 % Dark Performance Mode: 0 to 25 % |
| UV Control |
UV Included and UV Excluded with automated comparative data viewing and reporting. Factory calibrated with user option to calibrate to their specific fluorescent standard. |
| Light Source | Full spectrum, balanced LED array |
| LED Life | 5 years typical |
| Spectrophotometer |
Sealed optics; 256-element diode array; high resolution concave holographic grating |
| Standards Conformance |
Color: CIE 15:2018, ASTM E1164, DIN 5033, Teil 7 and JIS Z 8722 Condition C; Gloss 60°: ASTM D523, ASTM D2457, ISO 2813, ISO 7668, JIS Z 874 |
PERFORMANCE |
|
| Inter-Instrument Agreement |
Color: ∆E 2000 < 0.10 CIE L*a*b* (Avg) on CCSII (CERAM) Tile Set Gloss: 0 - 100 <= 0.5 GU |
| Repeatability |
Color: ∆E*< 0.03 CIE L*a*b* (Max) on Certified Instrument Standard Gloss: 0 - 100 GU: ≤0.1 GU |
INTERFACE |
|
| Data Views | EZ View, Color Data Table, Color Plot, Spectral Data, Spectral Plot, Chromaticity Plot |
| Other Features | Pass/Fail Color Indication, time and date stamp, Auto-naming, auto-saving, Image Capture via high-resolution camera, average multiple measurements, time-based automatic measurements, data backup and recovery |
| USB Flash Drive Features | Data Export: Job Data, Sample Images, Screen Capture and Database |
| Illuminants | A, C, D50, D55, D65, D75, F02, F07, F11 |
| Observers | 2° and 10° |
| Color Scales | CIE L*a*b*, Hunter Lab, CIE L*C*h, CIE Yxy, CIE XYZ |
| Color Difference Scales | ∆L*a*b*, ∆Lab, ∆L*C*h, ∆Yxy, ∆XYZ |
| Indices and Metrics | E313 Whiteness Index, Ganz Whiteness Index, E313 Tint, Ganz Tint, E313 Yellowness, D1925 Yellowness Index, Y Brightness, Z%, 457 nm Brightness, Baking Contrast Units, ASTM E1349, ISO 18314-3 Blackness (My, Mc, dM) and Greyness (Gy, Gc, dG) |
| Color Difference Indices | ∆E*, ∆E, ∆C*, ∆E CMC, ∆E 2000, dC*, dH*, Strength at Max. Absorbance, Strength weighted, Metamerism, Grey Scale Color, Grey Scale Stain, Shade Number 555 |
| Languages | Supports multiple languages—with the option to add more as needed |
| Data Storage | 32 GB (> 4 million data records with images) |
COMMUNICATIONS I/O |
|
| USB Connections | Connectivity to printer, keyboard, mouse- Front panel (1); Rear panel (2) |
| Ethernet RJ45 |
Print directly to standalone or network printers Stream data to LIMS and SPC systems |
| External Inputs | Remote Footswitch or similar closed contact switching device |
| Remote Access Support | Enabled via internet-based support too |
PHYSICAL & ELECTRICAL |
|
| Sensor Dimensions |
Height: 28 cm (11 in) Width: 22 cm (8.75 in) Depth: 31 cm (12.25 in) |
| Weight | 7.7 kg (17 lb) |
| Display | 7”Capacitive touch screen, high-resolution (1280 x 800) |
| Interface | 3 USB ports, HDMI Video Output, Foot switch Input, Ethernet connection, USB Service Port, Convenient physical measurement/action button |
| Power | Input: 100 to 240 VAC, 47 to 63 Hz to universal power supply @ 24 VDC (3.75A 90W) |
| Operating Environment | 10° to 40° C (50° to 104° F), 10 % to 90 % RH, noncondensing |
| Storage Environment | -20° to 65° C (-5° to 150° F), 10 % to 90 % RH, noncondensing |
| System Components | • Agera L2 sensor • XL - 53.97 mm (2.125 in), L - 28.57 mm (1.125 in), M - 17.47 mm (0.688 in) port plates • Certified Instrument Standard with NIST Certificate of Traceability • Black Glass Standard used for both color and gloss standardization • Diagnostic Check Standard • Agera L2 Quick Start Guide • 100V - 240V Universal Power Supply • Agera L2 User’s Manual (electronic) |
อุตสาหกรรม |
การใช้งานที่เหมาะกับ Agera L2 |
|---|---|
กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก |
|
| พลาสติกและพลาสติกรีไซเคิล | การควบคุมสีชิ้นงานพลาสติก เม็ดสี เม็ดรีไซเคิล โดยเฉพาะชิ้นงานสีเข้มหรือผิวสะท้อนแสงต่ำ |
| บรรจุภัณฑ์ | ฟิล์ม ฉลาก กล่อง และบรรจุภัณฑ์พิมพ์ลายที่ต้องการความสม่ำเสมอของสีระหว่างล็อตการผลิต |
| วัสดุสะท้อนแสงและวัสดุความปลอดภัย | เสื้อสะท้อนแสง ป้ายเตือน วัสดุจราจรและผิวถนนที่มีข้อกำหนดด้านการมองเห็นและสีที่เข้มงวด |
| สิ่งทอ | ผ้าและเสื้อผ้าที่ต้องควบคุมเฉดสีให้ตรงกับมาตรฐานหรือบอร์ดตัวอย่างภายใต้แสง D65 |
| สีและสารเคลือบผิว | สีทาอาคาร สีอุตสาหกรรม หมึกพิมพ์ และสารเคลือบบนพื้นผิวเรียบหรือผิวหยาบ ที่ต้องการวัดทั้งสีและความเงา 60° ในการวัดครั้งเดียว |
| เวชภัณฑ์ / ยา | เม็ดยา แคปซูล และบรรจุภัณฑ์ยา ที่ใช้สีเป็นตัวบ่งชี้ชนิดผลิตภัณฑ์และคุณภาพ |
| ปิโตรเคมี | ฟิล์ม เรซิน และผลิตภัณฑ์ downstream อื่น ๆ ที่มีสีเข้ม หรือสีอิ่มตัวสูง |
| กระดาษและวัสดุใกล้เคียง | กระดาษ กระดาษแข็ง และวัสดุพิเศษที่ต้องควบคุมค่า whiteness, brightness และ yellowness อย่างใกล้ชิด |
จุดเด่นการใช้งานเฉพาะทาง |
|
| วัสดุที่มีการสะท้อนแสงต่ำ (≤ 20%) | วัสดุที่สะท้อนแสง 20% หรือน้อยกว่า เช่น ยางสีดำ คอมพาวด์สีเข้ม ฟิล์มทึบ และชิ้นงานโทนเข้มที่มักวัดด้วยเครื่องทั่วไปได้ยาก |
| ข้อ | คำถาม | คำตอบ |
|---|---|---|
| 1 | Agera L2 ต่างจากเครื่องวัดสีตั้งโต๊ะรุ่นทั่วไปอย่างไร ทำไมต้องเลือกใช้รุ่นนี้ | Agera L2 เป็นเครื่องวัดสีตั้งโต๊ะแบบ 0°/45° ระดับอ้างอิง (reference‑grade) ที่รวมการวัดสีและความเงา 60° ไว้ในเครื่องเดียว พร้อมแหล่งกำเนิดแสง D65 เกรด A ตามมาตรฐาน CIEที่ออกแบบมาให้ผลวัดสอดคล้องกับการมองเห็นของมนุษย์มากขึ้น จึงเหมาะสำหรับโรงงานที่ต้องการทั้งความแม่นยำสูง และความตรงกับการตรวจด้วยสายตาในห้องดูสี |
| 2 | Agera L2 สามารถวัดสีและความเงา (60° Gloss) ได้พร้อมกันจริงไหม และให้ข้อมูลอะไรบ้างในครั้งเดียว | Agera L2 วัดค่า Color (เช่น CIE L*a*b*, ΔE ฯลฯ) และค่า Gloss ที่มุม 60° ได้พร้อมกันในการวัดเพียงครั้งเดียว โดยรายงานค่าทั้งสองชุดในผลการวัดเดียว ช่วยลดจำนวนขั้นตอนการวัด แทนการใช้สองเครื่องแยกกัน ทำให้ขั้นตอนการทำงานของ QC เร็วและง่ายขึ้น |
| 3 | อุตสาหกรรมหรือประเภทวัสดุแบบไหนที่เหมาะที่สุดกับการใช้ Agera L2 โดยเฉพาะงานสีเข้มหรือวัสดุสะท้อนแสงต่ำ | Agera L2 เหมาะมากกับงานพลาสติกและพลาสติกรีไซเคิล บรรจุภัณฑ์ วัสดุสะท้อนแสงและวัสดุความปลอดภัย สิ่งทอ สีและสารเคลือบ เวชภัณฑ์ ปิโตรเคมี กระดาษ และวัสดุที่มีค่าการสะท้อนแสง ≤ 20% พูดง่าย ๆ คือเหมาะกับชิ้นงานสีเข้ม มืด หรือพื้นผิวมีลาย/เส้นใยที่เครื่องทั่วไปวัดได้ยาก |
| 4 | ถ้าต้องการควบคุมคุณภาพสีให้ตรงกับการมองเห็นของคนภายใต้แสง D65 Agera L2 ช่วยได้อย่างไร | Agera L2 ใช้แหล่งกำเนิดแสง Certified Grade A CIE D65 ที่จำลองสเปกตรัม D65 ตามมาตรฐาน CIE อย่างแม่นยำ เพื่อให้ผลวัดสอดคล้องกับการมองเห็นภายใต้แสง D65 จริง และดีไซน์โดยเน้น visual agreement ทำให้ค่าที่เครื่องวัดออกมาใกล้เคียงกับสายตามนุษย์มองเห็นมากกว่าการดูตัวเลขอย่างเดียว |
| 5 | Agera L2 วัดและควบคุม UV อย่างไร และกรณีไหนที่ควรใช้โหมด UV Included หรือ UV Excluded | Agera L2 มีระบบ UV Control ให้เลือกทั้ง UV Included และ UV Excluded พร้อมการเปรียบเทียบข้อมูลอัตโนมัติ และรองรับการ Calibrate กับมาตรฐาน fluorescent ของผู้ใช้ หากต้องประเมินผลของสารไวต่อ UV เช่น optical brightener จะใช้โหมด UV Included ส่วนกรณีที่ต้องการตัดแสงของ UV ออกจะใช้โหมด UV Excluded |
| 6 | ความแม่นยำและความสามารถในการทำซ้ำของ Agera L2 อยู่ในระดับไหน เหมาะกับงานอ้างอิงหรือไม่ | สเปกระบุ Inter‑Instrument Agreement ของสีที่ ΔE 2000 < 0.10 บนชุดกระเบื้อง CCSII และ Repeatability สีที่ ΔE* < 0.03 บนมาตรฐานเครื่อง ซึ่งจัดอยู่ในระดับ reference‑grade 0/45 เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องอ้างอิงกลางหรือ master สำหรับหลายหน่วยงานในการผลิต |
| 7 | ถ้ามีเครื่องวัดสี HunterLab หรือแบรนด์อื่นอยู่แล้ว สามารถตั้งค่าให้ผลวัดของ Agera L2 สอดคล้องกันได้หรือไม่ | สามารถตั้ง geometry, illuminant, observer, color scale และสูตร ΔE ให้ตรงกันเพื่อให้ค่าระหว่างเครื่อง HunterLab ใกล้เคียงกันมากที่สุด ในกรณี cross‑brand นิยมใช้แผ่นมาตรฐานร่วมกันและคาลิเบรต/สร้าง correction model เพื่อดึงค่าจากต่างแบรนด์ให้มาสอดคล้องกัน |
| 8 | Agera L2 ต้องต่อคอมพิวเตอร์ภายนอกตลอดเวลาหรือไม่ ทำงานแบบ Stand‑alone ได้แค่ไหน | Agera L2 มีจอสัมผัส 7 นิ้วและซอฟต์แวร์ในตัว สามารถสร้างขั้นตอนการวัดค่าสี เก็บค่าผล สร้าง pass/fail และกราฟต่าง ๆ ได้แบบ stand‑alone ไม่ต้องต่อคอมพิวเตอร์ แต่หากต้องการวิเคราะห์เชิงลึกหรือเชื่อมฐานข้อมูล ก็สามารถต่อซอฟต์แวร์ QC ภายนอกผ่าน USB หรือ Ethernet ได้ |
| 9 | ซอฟต์แวร์บนหน้าจอสัมผัสของ Agera L2 ใช้งานยากไหม รองรับภาษาอะไรบ้าง และสามารถเพิ่มภาษาใหม่ได้หรือไม่ | อินเทอร์เฟซถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายบนจอสัมผัส มีโหมดมุมมอง เช่น EZ View, Color Data Table, Spectral Plot, Chromaticity Plot ให้เลือก รองรับหลายภาษา และสามารถเพิ่มภาษาเพิ่มเติมได้ หากมีการเตรียมไฟล์ภาษาร่วมกับ HunterLab |
| 10 | Agera L2 รองรับระบบพิกัดสีและค่าดัชนีอะไรบ้าง เช่น CIE L*a*b*, ΔE2000, Whiteness, Yellowness, Gloss ฯลฯ | Agera L2 รองรับ color scales หลัก ได้แก่ CIE L*a*b*, Hunter Lab, CIE L*C*h, CIE Yxy, CIE XYZ และ color difference scales เช่น ΔL*a*b*, ΔLab, ΔL*C*h, ΔYxy, ΔXYZ, ΔE*, ΔE CMC, ΔE 2000 รวมถึงดัชนี whiteness/yellowness, brightness, blackness/greyness, metamerism, grey scale และค่าความเงา 60° |
| 11 | สามารถเชื่อมต่อ Agera L2 กับระบบ LIMS / SPC หรือระบบฐานข้อมูลคุณภาพของโรงงานได้อย่างไร | Agera L2 รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB (สำหรับแฟลชไดรฟ์ คีย์บอร์ด เมาส์ เครื่องพิมพ์) และ Ethernet RJ45 เพื่อเชื่อมกับเครือข่าย ผู้ใช้สามารถ export job data, รูปภาพ, screen capture และ database ไปยัง LIMS/SPC หรือซอฟต์แวร์ QC อื่น ๆ ได้ทั้งแบบไฟล์และการสตรีมข้อมูล |
| 12 | ถ้าวัสดุมีพื้นผิวหยาบ มีลาย หรือเป็นเส้นใย (textured / patterned / directional) Agera L2 ช่วยลดปัญหาค่าคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งวัดได้อย่างไร | Agera L2 มี extra‑large area of view และพอร์ตวัดขนาดใหญ่ ทำให้ครอบคลุมพื้นที่วัดกว้างกว่าปกติหลายเท่า ช่วยเฉลี่ยค่าบนพื้นผิวที่มีลายหรือเส้นใยให้คงที่ขึ้น และ geometry 0°/45° แบบ circumferential ยังช่วยเก็บข้อมูลจากหลายทิศทาง ทำให้ผลวัดสอดคล้องกับการมองเห็นบนพื้นผิว directional ได้ดียิ่งขึ้น |
| 13 | ต้องดูแลรักษาและสอบเทียบ (Calibration) Agera L2 บ่อยแค่ไหน และมีมาตรฐานอ้างอิงอะไรให้มาพร้อมเครื่อง | โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ white/black calibration เป็นประจำทุกวันหรือเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน และใช้ diagnostic checks ตามตารางบำรุงรักษา ในชุดเครื่องมี certified instrument standard (พร้อม NIST traceability certificate), black glass standard และ diagnostic check standard สำหรับใช้เป็น reference ในงานสอบเทียบ |
| 14 | ถ้าโรงงานมีหลายไซต์ผลิต หรือต้องการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างแล็บหลายแห่ง Agera L2 มีฟีเจอร์ช่วยเรื่องความสอดคล้องของข้อมูลอย่างไร | ด้วยค่า inter‑instrument agreement ที่แน่นมาก (ΔE2000 < 0.10) การติดตั้ง Agera L2 หลายเครื่องในหลายไซต์จะให้ข้อมูลสีที่ใกล้เคียงกันสูง ลดความจำเป็นในการทำ correction ข้ามไซต์ เมื่อใช้มาตรฐานและ protocol calibration เดียวกันในทุกแล็บ จะช่วยรักษาความสอดคล้องของผลวัดระหว่างไซต์ผลิตได้ดี |
| 15 | เมื่อเทียบกับการใช้เครื่องวัดสีแบบพกพา การลงทุนใน Agera L2 แบบตั้งโต๊ะจะคุ้มค่าอย่างไรในระยะยาว | เครื่องแบบตั้งโต๊ะอย่าง Agera L2 ให้ความเสถียรของแหล่งกำเนิดแสงและระบบออปติกที่ดีกว่าเครื่องพกพาทั่วไป มี inter‑instrument agreement และ repeatability สูง เหมาะสำหรับเป็นมาตรฐานอ้างอิงระยะยาว สำหรับโรงงานที่ถูก audit บ่อย มีข้อกำหนดลูกค้าสูง หรือมีหลายไซต์ผลิต การลงทุนนี้ช่วยลดการเคลม ลดการปฏิเสธสินค้า และทำให้การสื่อสารเรื่องสีระหว่างลูกค้า–ซัพพลายเออร์ชัดเจนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ |














